2. ทุกหน้า

LOVE AHOLIC : เพื่อนรักเพื่อนแค้น ชาตินี้ไม่ขอเจอกันอีก (เรื่องเล่าจากชีวิตจริง)

14 มิ.ย. 60 เวลา 13:33 น.

คนเรายิ่งรักก็ยิ่งเกลียด คนส่วนใหญ่เป็นแบบนี้เมื่อเจออะไรที่รุนแรงมากระทบจิตใจก็อยากจะหลีกหนีสิ่งเหล่านั้น อยากลืมว่าเคยเกิดอะไรขึ้นมา ลืมว่าเคยรู้จักกัน ทั้งที่ความจริงแล้วเราหนีสิ่งเหล่านั้นไม่พ้น เหมือนเรื่องราวของ “คุณอ้อน” ที่ต้องตัดญาติขาดมิตรกับเพื่อนสนิทและคนรักไปในเวลาเดียวกัน...

สวัสดีค่ะ “พี่หมอฟ้า” และทุกท่านที่ติดตามนิตยสารมายาแชนแนลนะคะ “อ้อน” เป็นคนหนึ่งค่ะที่อ่านมายเป็นประจำ เพราะชื่นชอบข่าวบันเทิง พอเห็นคอลัมน์ LOVE AHOLIC เห็นหลายคนเล่าประสบการณ์ตัวเองก็อยากจะมาแชร์ประสบการณ์บ้าง เผื่อจะได้เป็นข้อคิดให้กับใครหลายๆ คนที่ประสบปัญหาเดียวกันกับ “อ้อน”

ก่อนอื่นต้องบอกว่าเรื่องราวของ “อ้อน” นั้นเกิดขึ้นมานานแล้วค่ะ ตั้งแต่สมัยที่เรียนมหาวิทยาลัย ปัจจุบัน “อ้อน” เรียนจบทำงานมา 7 กว่าปีแล้ว แต่เรื่องราวต่างๆ ยังคงจดจำได้ดีทุกเหตุการณ์แม้ว่าเราพยายามที่จะลืมเท่าไหร่แต่ก็ลืมไม่ลงสักที จนทำให้ “อ้อน” ตัดญาติขากมิตรกับเพื่อนสนิทที่ชื่อว่า “แอม” และอดีตคนรักที่ชื่อ “ต้นกล้า”

“อ้อน” กับ “แอม” เป็นเพื่อนซี้กันมาตั้งแต่สมัยมัธยมต้นค่ะ ตอนนั้นเราเรียนโรงเรียนเดียวกันรู้จักกันมานานมาก เราเป็นนักกีฬาของโรงเรียนด้วยกันทั้งคู่ เวลาเก็บตัวฝึกซ้อมก็มักจะนอนด้วยกันเสมอ สนิทกันมากเลยจนใครก็เรียกว่าปาท่องโก๋ค่ะ

พอจบ ม.6 เราทั้งคู่ก็ได้ทุนนักกีฬาเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันอีก ก็ยิ่งทำให้เราสองคนสนิทกันมาก แต่ความร้าวฉานของเราก็มาเกิดที่มหาวิทยาลัยนี้ค่ะ ด้วยความที่ “อ้อน” ไว้ใจ “แอม” ทุกเรื่อง เวลามีอะไรก็จะปรึกษาตลอดไม่เว้นแม้แต่เรื่องความรักค่ะ

ตอนปี 1 เทอม 2 “อ้อน” ได้เจอผู้ชายคนหนึ่งค่ะ เป็นรุ่นพี่ชื่อว่า “ต้นกล้า” แค่เห็นแว๊บแรกเราก็รู้สึกชอบผู้ชขายคนนี้ขึ้นมาทันที แต่ด้วยความที่ “อ้อน” อายเลยไม่กล้าเขจ้าไปคุย เรื่องนี้เข้าหู “แอม” เท่านั้นแหละค่ะ เธอดำเนินการติดต่อขอเบอร์ให้เรียบร้อย แถมยังทำหน้าที่เป็นแม่สื่อให้อีกด้วย จนในที่สุด “พี่กล้า” กับ “อ้อน” ก็ได้คบกันเป็นแฟน

แม้ว่า “อ้อน” จะมีแฟน แต่ “อ้อน” ก็ไม่เคยทิ้งให้ “แอม” ต้องอยู่คนเดียว เวลาไปเดินห้าง กินข้าว หรือดูหนังกับ “พี่กล้า” ก็จะมี “แอม” ไปด้วยเสมอ

ความสนิทสนมการคบหากับ “พี่กล้า” ยิ่งนานวันก็ยิ่งทำให้เราพัฒนากันมากขึ้น ถึงขั้นที่ว่า “อ้อน” ชวน “พี่กล้า” มานอนที่ห้อง แม้เราจะอยู่ในช่วงวัยเรียนและไม่เหมาะสมที่จะมีอะไรเกินเลยกัน แต่ความมั่นใจในตัว “พี่กล้า” ที่ “อ้อน” คิดว่ารักเราจริง “อ้อน” จึงได้มอบตัวและหัวใจให้เขาในเวลาที่ “แอม” หลับไปแล้ว

เราสองคนทำแบบนี้กันหลายครั้ง เพราะ “อ้อน” คิดว่ายังไงเสียเรียนจบแล้วผู้ชายที่เราจะแต่งงานด้วยก็คือ “พี่กล้า” ในเมื่อเขาเป็นผู้ชายคนแรก จะช้าหรือเร็วก็คงจะไม่มีผลอะไร

การกระทำตรงนี้ “แอม” ก็รู้มาตลอด เพราะมีครั้งหนึ่ง “แอม” แซว “อ้อน” ว่าเมื่อคืนหนักไหมได้ยินเสียง แม้ “อ้อน” จะเบี่ยงประเด็นไม่ขอตอบ แต่ “แอม” ก็บอกว่าไม่ต้องเขินหรอกเรื่องธรรมชาติ มันเลยทำให้เราไว้ใจ “แอม” มากขึ้น จนมีหลายครั้งที่ “อ้อน” ให้ “พี่กล้า” มาที่ห้องก่อนตอนที่ “แอม” อยู่ด้วย

เวลาผ่านไปในหลายปีก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะเราไว้ใจเพื่อนรักและคนรักของเรา จนกระทั่งวันสุดท้ายที่เราเรียบจบ ต้องบอกก่อนว่า “พี่กล้า” ซิ่วมาหนึ่งปีค่ะ เลยทำให้เราเรียนปีเดียวกัน สอบวิชาสุดท้าย “พี่กล้า” บอกว่ามีอะไรจะคุยด้วย ทั้ง“อ้อน” และ “แอม”

ในที่สุดเรื่องที่ “อ้อน” ไม่เคยคิดอยู่ในหัวก็เกิดขึ้น เมื่อ “พี่กล้า” บอกว่าเขากับ “แอม” แอบคบซ้อนกับเรามาตั้งแต่ปี 3 ที่สำคัญทั้งสองคนยังแอบมีอะไรกันอีกด้วย

“อ้อน” ได้ยินแบบนี้รู้สึกช็อคเลยค่ะ ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเอง แต่ด้วยความที่เรารัก “พี่กล้า” เราจึงให้พี่เขาตัดสินใจเลือก หากเลือกเรา “แอม” ก็ต้องออกไปจากชีวิตของเราสองคน แต่ถ้าเลือก “แอม” เราก็จะเป็นฝ่ายไปเองค่ะ

สรุป “พี่กล้า” ก็เลือก “แอม” หลังจากการตัดสินของพี่เขา “อ้อน” ก็ลั่นวาจาตรงนั้นว่าชาตินี้เราสามคนอย่าเจอหน้ากันอีกเลย ถึงตายก็จะไม่เผาผี แม้ว่า “แอม” จะขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้นเท่าไหร่ เสียใจจนร้องไห้ฟูมฟาย แต่ “อ้อน” ก็ไม่ให้อภัยเพื่อนสนิทคนนี้หรอกค่ะ เพราะสิ่งที่ทำมันรุนแรงเกินที่ “อ้อน” จะรับได้

“อ้อน” เดินจากมาจากชีวิตทั้งสองคน พร้อมกับเก็บข้าวของย้ายออกวันนั้นทันทีเพราะเราไม่อยากเห็นหน้า “แอม” เพื่อนทรยศอีกต่อไปแล้ว

จากวันนั้น “อ้อน” เสียใจมากค่ะ ชีวิตเคว้งคว้าง เหงา เอาแต่ร้องไห้ เราทำตัวไม่ถูกเลยเพราะตลอดชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย “อ้อน” ก็สนิทแค่ “แอม” คนเดียวเท่านั้น พอเรารู้สึกหายโกรธส่วนตัวเคยคิดว่าถ้า “แอม” เลิกกับ “พี่กล้า” เราก็พอจะอภัยแล้วคบกันเป็นเพื่อนได้ แต่เขาสองคนเลือกที่จะคบกันค่ะ

ปัจจุบันนี้ “อ้อน” ไม่เคยลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ว่าเราแข็งแรงและสามารถข้ามผ่านเรื่องนั้นมาได้โดยที่ไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นอีก จนกระทั่งล่าสุด “พี่กล้า” โทรศัพท์มาหาหลายรอบมากค่ะ แต่ “อ้อน” ก็ไม่รับ

พอหนักเข้าที่บ้าน “แอม” โทรมาหาเองเลยค่ะ สิ่งที่ “อ้อน” ได้ยินก็คือ “แอม” ป่วยหนักนอนอยู่โรงพยาบาลเป็นมะเร็งขั้นรุนแรง อยากให้เราไปเยี่ยมหน่อยเพราะอะไรก็ไม่แน่ไม่นอน

หลังจากวางสาย “อ้อน” ก็มานั่งคิดทบทวนดูนะคะว่าเราจะไปหรือไม่ไปดี คิดแบบคนที่ไม่ได้รู้สึกโกรธเหมือนในวันนั้น เพราะเรื่องมันก็นานมาแล้ว แต่เอาจริงๆ “อ้อน” ก็ไม่อยากไปไม่อยากเจอภาพของสองคนอีก กลัวว่าความรู้สึกเก่าๆ จะกลับมา

ต่อให้มันอาจจะเป็นวาระสุดท้ายแต่สิ่งที่สองคนนั้นเคยทำกับเรามันเป็นเรื่องที่รุนแรงจนเราไม่อยากให้อภัย เราอยู่ตรงนี้สบายใจที่สุดแล้วค่ะ

“อ้อน” ปรึกษากับคนรอบกาย ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันหมดว่าควรจะไปเยี่ยม ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่วาระสุดท้ายของ “แอม” แต่ในฐานะที่เคยเป็นเพื่อนสนิทกันก็ควรจะไปเยี่ยมเพื่อนสักครั้ง

คำตอบเหล่านี้มันไม่ใช่คำที่เราอยากได้ยินค่ะ “อ้อน” ได้แต่ปฏิเสธแม่ของ “แอม” ไปว่าตอนนี้งานยุ่งมากไม่สะดวกเลย และปล่อยให้เรื่องนี้มันเงียบหายไปจากหัวเราเหมือนครั้งก่อนที่เคยเป็นมา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง