2. ทุกหน้า

Insider : “เป๊กผลิต”โฆษณาล้นมือ .. รวยไม่ยั้ง !!

25 ม.ค. 61 เวลา 16:09 น.

ถึงแม้ว่า “หน้ากากจิงโจ้” จะไม่ได้เป็นแชมป์รายการ “The Mask Singer หน้ากากนักร้อง” แต่สถานะภาพทางสังคมในโลกความเป็นจริงที่ไม่ได้ใส่หน้ากากของ “เป๊ก-ผลิตโชค อายนบุตร” เขากลับเป็นแชมป์ขวัญใจมหาชนตัวจริง

“เป๊ก” ไม่ได้ครองใจแค่กลุ่มแฟนคลับจนยกให้เป็น “คุณหลวงของนุชes” เท่านั้น แต่เสน่ห์ของเขายังชนะใจและเป็นที่ชื่นชอบของประชาชนทั่วไป แม้ว่านี้รายการจะมีมา 3 ซีซั่นแล้วก็ตาม แต่ความดังของ “เป๊ก” ก็ไม่ได้จืดจางลงไปแม้แต่น้อย

สาเหตุที่เป็นแบบนี้เพราะว่า “เป๊ก” ถือเป็นคนบันเทิงคุณภาพคนหนึ่งที่ทุกคนเห็นฝีมือเขามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เข้าวงการบันเทิงมาใหม่ๆ ตั้งแต่เป็นหนึ่งในสมาชิกวง “G-BOYZ” เมื่อปี พ.ศ. 2545

 

 

ก่อนที่ปี พ.ศ. 2548 เขาจะสร้างชื่ออีกครั้งในฐานะนักร้องเดียวที่สร้างปรากฏการณ์เพลงฮิตติดชาร์ต "ไม่มีใครรู้"  ในอัลบั้ม “One Man Story” เมื่อความสามารถทางดนตรีของ “เป๊ก” ไร้ข้อกังขาว่าเป็นศิลปินที่ขายแค่หน้าตา 

เขาก็มีผลงานตามมาอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นงานพิธีกรรายการทีวี ละคร ไปจนถึงการพากย์เสียงให้กับภาพยนตร์ฮอลลีวูดถึง 3 เรื่องด้วยกัน คือ “Harry Potter”, “Peter Pan 2: Return to Never Land” และ “Happy Feet”

เมื่อ “เป๊ก” มาออกรายการ “The Mask Singer หน้ากากนักร้อง” ใส่หน้ากาก “จิงโจ้” ปกปิดใบหน้าไม่ให้รู้ว่าเป็นใคร แต่ความสามารถและพฤติกรรมที่แสดงออกมานั้นสร้างความประทับใจให้กับคนหมู่มาก ก็ยิ่งเป็นการส่งเสริมให้แฟนๆ รัก “เป๊ก” จากข้างในที่เป็นตัวตนเขาและความสามารถของเขาจริงๆ

 

 

เราคงต้องยอมรับว่าการกลับมาดังเป็น Super Star Best Comeback ครั้งนี้ทำให้เขาสามารถสร้างรายได้อย่างมหาศาลมากกว่าเดิมที่เคยมีมา ทั้งงานอีเวนต์โชว์ตัว มินิคอนเสิร์ต และคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกวันที่ 21-22 เมษายน 2561ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน

ซึ่งหลายคนจับตามองว่าการเปิดจำหน่ายบัตรในเดือนกุมภาพันธ์นี้จะสร้างปรากฏการณ์บัตร sold out ในเวลาอันรวดเร็วหรือไม่ เชื่อว่าหลายคนก็คงคาดการณ์ว่าจะเกิดปรากฏการณ์ไม่ต่างไปจากศิลปินชื่อดังมากมายที่เคยทำเอาไว้

ไปจนถึงงานพรีเซ็นเตอร์โฆษณาให้กับสินค้าชื่อดังมากมาย ประกอบด้วย AIS, โออิชิกรีนที กลิ่นองุ่นเคียวโฮ ที่มาพร้อมกับกิจกรรมใหญ่ โออิชิ ทริปสุดโอโกเจแปน ฟินหนาวหนึบกับเป๊ก ผลิตโชค, กิฟฟารีน และ บิวติน่า 20s

 

 

หากดูรายชื่อของแบรนด์สินค้าล้วนแล้วแต่เป็นแบรนด์ใหญ่ที่มักจะใช้ดาราชื่อดังที่มีความเป็นแมสสูงในการทำตลาดทั้งสิ้น เพราะเม็ดเงินที่เสียไปถึง 7-8 หลักแต่ละแบรนด์คงหวังผลว่าจะมีฟีดแบ็คที่ดีกลับมา

นอกจากความดังของ “เป๊ก” ที่นำพาสินค้าเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้ทั่วประเทศ จนตัดสินใจซื้อแล้ว คงต้องยกความดีความชอบให้กับกลุ่มแฟนคลับ “นุชes” ที่ทุกคนสามัคคีกันพร้อมใจตั้งปณิธานที่จะอุดหนุนสินค้าทุกชิ้นที่ “เป๊ก” เป็นพรีเซ็นเตอร์ 

เมื่อลูกค้าพอใจจากยอดจำหน่ายของการสื่อสารในตัวพรีเซ็นเตอร์ก็เป็นเรื่องง่ายที่จะมีการจ้างต่อ ในขณะเดียวกันลูกค้ารายอื่นก็ย่อมจะให้ความสนใจและอยากดึงตัวมาทำการตลาดด้วยเช่นกัน

 

 

ตรงนี้ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของแฟนคลับที่พูดได้เต็มปากว่าสนับสนุนศิลปินดาราอย่างแท้จริง แน่นอนว่าการสนับสนุนดาราไม่จำเป็นที่จะต้องเสียงเงิน แค่เราติดตามผลงานของศิลปินดาราในช่องทางต่างๆ ที่มีก็เพียงพอแล้ว

แต่เราอย่าลืมว่ารายได้ของดารานั้นไม่ได้อยู่เพียงแค่งานในวงการบันเทิงเท่านั้น ความเป็นดารายังสามารถต่อยอดสร้างเม็ดเงินได้จากงานถ่ายแบบ อีเวนต์ โชว์ตัว ไปจนถึงการเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับสินค้าต่างๆ 

ภาพการเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาของ “เป๊ก” ในวันนี้ต้องบอกว่า ไม่แตกต่างจาก “เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข” ช่วงที่เขาแจ้งเกิดเป็นพระเอกช่อง 3 ใหม่ๆ เชื่อว่าทุกคนคงจำได้ดีว่าตอนนั้น “เจมส์จิ” ดังเป็นพลุแตกมีโฆษณารุมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

 

 

ไม่เว้นแม้แต่เครือข่ายสัญญาณมือถือรายใหญ่อย่าง AIS ที่มักจะคว้าตัวดาราดังมาทำการตลาด เช่นเดียวกับวันนี้ที่ AIS ก็เลือกที่จะใช้ “เป๊ก” มาทำการตลาดเช่นกัน

การที่ “เป๊ก” มีโฆษณาล้นมือแบบนี้ เท่ากับว่าเป็นการสร้างรายได้ที่เป็นกอบเป็นกรรมให้กับเขา จนถูกจับตามองเป็นเศรษฐีดารามารุ่งแห่งปี 2560 ไปแล้ว ลำพังแค่รายได้จากการเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาของเขาก็สร้างเม็ดเงินในหลักสิบล้านได้สบายๆ

ยังไม่นับรวมกับรายได้การโชว์ตัวงานอีเวนต์รวมถึงมินิคอนเสิร์ตตามร้านอาหารต่างๆ ที่มีค่าตัวหลักแสน รวมๆ กันต่อเดือนมีรายได้ไม่ต่ำกว่าหลักล้าน

แน่นอนว่าในปี 2561 นี้ คงมีสินค้าอีกหลากหลายตัวที่อยากจะคว้า “เป๊ก” มารับหน้าที่เป็นพรีเซ็นเตอร์สร้างความคุ้มค่าให้กับสินค้า แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับข้อตกลงทาง “เป๊ก” และต้นสังกัดว่าสามารถรับได้หรือไม่

 

 

ต้องยอมรับว่ากระแสความดังของ “เป๊ก” นั้นมียาวเกินคาดของใครหลายคน เพราะน้อยคนนักที่โด่งดังจากรายการหนึ่งแล้วจะรักษาความดังนี้ต่อไปได้เรื่อยๆ 

ยิ่งเป็นรายการ “The Mask Singer หน้ากากนักร้อง” ที่มาแล้ว 3 ซีซั่น แต่ละซีซั่นมีทั้งหมด 48 หน้ากาก การรักษาความดังให้คงอยู่แบบนี้ถือว่ายาก หากศิลปินดาราคนนั้นไม่ใช่ตัวจริง ความสามารถต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้นถือเป็นบทพิสูจน์ว่าการจะเป็นซูเปอร์สตาร์คนหนึ่งคุณต้องเพียบพร้อมรอบด้าน ซึ่ง “เป๊ก” มีครบคุณสมบัติครบ ทั้งร้อง เล่น เต้น และแสดง

การหวนคืนสร้างชื่อเสียงในวงการบันเทิงครั้งนี้ต้องบอกว่า “เป๊ก” ได้ใช้ความสามารถเป็นเครื่องนำทาง เมื่อโอกาสมาถึงแล้วเขาแสดงให้เห็นถึงศักยภาพ ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่สายป่านในวงการบันเทิงของ “เป๊ก” จะยาวแสนยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง