2. ทุกหน้า

หน้ากากฯดัน วงการเพลงฟื้น “เอ๊ะ-ทอม-เป๊ก” รวยอื้อ

“เป๊ก-ทอม-เอ๊ะ” 3 ศิลปินตัวจริงที่โชว์ความสามารถที่แท้จริงภายใต้หน้ากากที่สวมใส่ ปลุกกระแสเพลงไทยให้ลุกฮืออีกครั้ง หลังจากพวกเขาได้เป็น “หน้ากากนักร้อง” ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์สุดร้อนแรงของรายการและวงการเพลงไทย!!เหล่า “หน้ากากนักร้อง” ที่มาจากรายการ “The Mask Singer” ช่อง เวิร์คพอยท์ โดยที่ปิดบังตัวตนเพื่อให้ผู้ชมใช้หัวใจในการรับฟังเสียงเพลงและสัมผัสกับความสามารถที่แท้จริงนั้นได้ร่ายมนต์ลบเลือนทุกอคติ ทลายกำแพงแห่งภาพลักษณ์ เอาชนะใจผู้ชมได้อย่างไร้ข้อครหาไม่เพียงแต่เสียงร้องเพลงเท่านั้นที่สะกดใจผู้คนมากมายเพราะเพราะเสน่ห์เฉพาะตัวของบุคคลปริศนาภายใต้เกราะกำบังอย่าง “หน้ากาก” ที่ไม่มีใครสามารถล่วงรู้เลยว่า “เขาหรือเธอ...คือใคร!” ยังพิชิตใจผู้ชมได้ทั้งๆ ที่ยังอยู่ในสถานะที่ “ไม่รู้จักฉัน...ไม่รู้จักเธอ” อีกด้วยดังนั้นเมื่อเปิดหน้ากากเผยโฉมต่อสาธารณะชนแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจที่หน้ากากนักร้องหลายๆ คนจึงได้รับความรักและการสนับสนุนอย่างล้นหลามจึงเห็นได้ว่าหลังจากที่ประกาศผลและจบรายการในซีซั่นแรกไปแล้ว ศิลปินทั้งสามก็ได้รับการติดต่องานอย่างล้นหลาม เริ่มต้นที่คนแรกก็คือ  “เอ๊ะ-จิรากร สมพิทักษ์” หรือ “หน้ากากอีกาดำ” รองแชมป์ “The Mask Singer ซีซั่น 1” เจ้าของเพลงรักละมุนอย่าง ใจกลางความรู้สึกดีดี, ไม่มีตรงกลาง, จากนี้ไปจนนิรันดร์ ที่ได้ทำให้ผู้ชมตกตะลึงกับการสาดพลังเสียงในแบบ “ชาวร็อค” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความสามารถของเขาที่ยังมีคนมากมายไม่เคยได้รับรู้มาก่อน “เอ๊ะ” เป็นศิลปินที่มีไลฟ์โชว์ตามสถานที่ต่างๆ เป็นประจำอยู่แล้ว ผลพวงของ “หน้ากากอีกาดำ” ทำให้เขาที่มีความสามารถอยู่แล้วยิ่งได้รับการยอมรับจากคอเพลงมากขึ้นและมีงานพุ่งเข้าหาให้วิ่งรับงานรับทรัพย์จนหัวหมุนเลยทีเดียวส่วน “ผู้ชนะ” ของซีซั่นแรกอย่าง “หน้ากากทุเรียน” หรือ “ทอม-อิศรา กิจนิตย์ชีว์” หนึ่งในศิลปินเสียงดีของวง “ROOM39” ก็นำพางานกลุ่มที่คิวแน่นอยู่เป็นทุนเดิมให้พุ่งกระฉูดทะลุเพดาน ส่วนงานเดี่ยวของ “ทอม” ก็มีเข้ามาไม่หยุดหย่อน ทั้งอีเวนท์ต่างๆ หรือการที่สินค้าต่างๆที่ดึง “ทอม” มารับหน้าที่พรีเซนเตอร์เพื่อส่งให้สินค้าได้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้นเพราะกระแส “หน้ากากทุเรียนฟีเว่อร์”มาถึง “ม้ามืด” ของรายการอย่าง “เป๊ก-ผลิตโชค อายนบุตร” ศิลปินเสียงดีที่แจ้งเกิดเปรี้ยงปร้างด้วยเพลง ไม่มีใครรู้, หรือแค่ขำๆ, ใจหนึ่งก็รักอีกใจก็เจ็บ ในช่วงปี 2548 แต่ด้วยกระแสข่าวต่างๆ ที่รายล้อมในช่วงนั้นก็ทำให้ “ความพีค” ของ “เป๊ก” ค่อยๆ เบาบาง จนหลุดจากวงโคจรของวงการเพลงไปเนิ่นนานแต่ “หน้ากากจิงโจ้” ที่เผยทั้งความสามารถและตัวตนออกมาก็ทำให้คนมากมายหลงรักเขาได้โดยไม่มีใครรู้ว่าบุคคลที่หลบซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากก็คือคนที่ไม่เคยคิดจะหนีหายจากวงการเพลงไปไหน อีกทั้งยังพิสูจน์ให้ทุกคนได้ประจักษ์ชัดว่า “หน้ากากจิงโจ้” คือศิลปินคุณภาพคับแก้วที่ไม่ควรมองข้ามอีกต่อไป!!“เป๊ก-ผลิตโชค” จึงหวนกลับมาสู่วงการเพลงอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมการสนับสนุนอย่างร้อนแรงจากคลื่นมหาชนนับแสนนับล้าน!ผลที่ตามมาหลังเปิดเผยตัวตนของเขาก็ไม่ได้แตกต่างจาก “เอ๊ะ” และ “ทอม” แต่สิ่งที่อยู่เหนือความคาดหมายก็คือ “เป๊ก” ได้เป็นส่วนหนึ่งของฟันเฟืองที่ช่วยให้วงการเพลงไทยมีการขับเคลื่อนและเคลื่อนไหวอีกครั้ง หลังจากซบเซามานานหลายปี ทั้งยังทำให้ “ลิขสิทธิ์เพลง” ได้รับความสนใจอีกครั้ง....ในทางที่ดีต่อศิลปิน ซึ่งเป็นเรื่องที่นำพาความชื่นใจมาสู่คนทำเพลงที่กำลังอ่อนล้าและอ่อนแรงให้มีพลังใจที่จะลุกขึ้นสู้อีกครั้งการฟื้นคืนชีพภายใต้หน้ากากที่ไม่มีใครรู้จักตัวตนและลืมตาขึ้นมาอีกครั้งในฐานะศิลปินน่าจะทำให้ “เป๊ก” ได้เรียนรู้ที่จะเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขบางสิ่งบางอย่างที่เขารับทราบและเรียนรู้มาตลอดช่วงเวลาที่ห่างหายไปว่า ถ้าหากไม่มีผู้สนับสนุนผลงาน ศิลปินก็อยู่ในภาวะยากลำบากและอาจจะหมดกำลังใจที่จะทำผลงานเพลงต่อไป บางคนก็เลิกคาดหวังกับรายรับที่จะได้มาจากยอดการดาวน์โหลดด้วยซ้ำไป“เป๊ก” ทุ่มเงินส่วนตัวจำนวนหนึ่งเพื่อซื้อลิขสิทธิ์เพลงสากลที่เขาเลือกมาร้องในรายการและได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงเพื่อความ “ถูกต้อง” หากนำมาร้องในโอกาสต่อไปและเพื่อป้องกันปัญหาต่างๆ ที่จะตามมาในภายหลัง อีกทั้งยังช่วยให้ทุกคนได้ทำการ “ไลฟ์” ผ่านโซเชี่ยลมีเดียต่างๆ ได้อย่างสบายใจ ด้วยเหตุที่เขาเองคงไม่สามารถห้ามปรามทุกคนที่จะทำการไลฟ์ได้ในทุกครั้ง การกระทำของเขาก็ทำให้ใครหลายๆ คนได้เรียนรู้ว่าการให้เกียตริศิลปินผู้เป็นเจ้าของเพลงคือการซื้อลิขสิทธิ์อย่างถูกต้อง กว่าจะมาเป็นเพลงหนึ่งเพลงให้ได้ฟังในช่วงเวลา 3-5 นาทีนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะต้องผ่านกระบวนการทางความคิดจากคนเบื้องหลังมาครั้งแล้วครั้งเล่าซึ่งยังมีอีกหลายขั้นตอนที่ต้องใช้ทุนทรัพย์  เพลงหนึ่งเพลงจึงมี “คุณค่า” ที่ผู้ฟังจะส่งเสริมผลงานเพลงนั้นๆ ด้วยการดาวน์โหลดซื้อหาอย่างถูกลิขสิทธิ์ นอกจากจะเป็นสิ่งที่ “ถูกต้อง” แล้วก็ยังช่วยเติมเต็มกำลังใจให้ศิลปินและทีมงานเบื้องหลังผลิตผลงานดีๆ ออกมาได้เรื่อยๆ นั่นเองทั้งนี้ “เป๊ก” ยังทำให้เห็นว่าศิลปินก็มีอิทธิพลต่อแฟนคลับและแฟนเพลง หาก “ศิลปิน” ทำสิ่งที่ดี “แฟนคลับ” จะคอยสนับสนุนและทำตามแบบอย่างซึ่งทำให้เกิดเรื่องราวดีๆ ตามมาโดยเรื่องนี้มีเคสที่เห็นได้อย่างชัดเจนก็คือการที่เขาเลือกเพลง “ฉันขอโทษ” ของศิลปินและนักแต่งเพลง “มิก-เชษฐา ยารสเอก” ซึ่งเป็นโปรดิวเซอร์ของเขามาร้องที่งานงานหนึ่ง ซึ่งทำให้แฟนๆ ได้ฟังเกิดความชื่นชอบ สิ่งที่ตามมาก็คือแฟนๆ ต่างหาซื้อด้วยการดาวน์โหลดอย่างถูกลิขสิทธิ์ ส่งผลให้ยอดการดาวน์โหลดเพลง “ฉันขอโทษ” พุ่งขึ้นมาติดชาร์ตการดาวน์โหลดในอันดับต้นๆ และกลายเป็นเพลงที่ถูกปลุกให้ฟื้นคืนชีพอีกครั้ง ซึ่งสร้างความปลาบปลื้มใจให้กับ “มิก-เชษฐา” เจ้าของเพลงเป็นอย่างยิ่งยังมีอีกหลายๆ เพลงที่เขาเลือกมาร้อง ซึ่งผลที่ตามมาก็เป็นเช่นเดียวกับเพลง “ฉันขอโทษ” ที่ทำให้แฟนๆ เสาะแสวงหาและดาวน์โหลดเพลงเก่าๆ มีความหมายโดนใจอีกมากมายในยุคที่เพลงไทยรุ่งเรืองมาฟังกันอีกครั้ง แฟนคลับทุกรุ่นทุกวัยต่างหันมาสนใจวงการเพลงไทยมากกว่าที่ผ่านมาในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ แม้จะต้องใช้ระยะเวลาในการปรับเปลี่ยน แต่ถ้าหาก “ศิลปิน” และ “แฟนคลับ” หรือ “แฟนเพลง” ต่างเรียนรู้ที่จะเป็นผู้ให้และผู้รับทั้งสองฝ่ายแล้ว วงการเพลงไทยก็จะได้กลับมาสู่ยุครุ่งเรืองอีกครั้ง...ในซักวันหนึ่ง

EXCLUSIVE INTERVIEW :  “แกงส้ม” ปลดล็อคชีวิต ขับเคลื่อนสุขด้วยดนตรี 

UNCENSOR : ดาวรุ่งชอบรับงานซ้อน จนเพื่อนเอือมระอา

พื้นที่สื่อของ “ดาราคนดัง”

UNCENSOR : เพื่อนรักแตกคอ แย่งผู้ชายคนเดียว